วิตามินเอ กินง่าย ได้ประโยชน์

วิตามินเอ (Vitamin A) เป็นวิตามินที่สำคัญ ต้องในการเติบโต


รวมถึงการทำงานในทุกส่วนของร่างกาย อีกทั้งช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ดูแลในเรื่องของผิวพรรณ ดีต่อเยื่อบุในไส้ กระเพาะปัสสาวะ ดีต่อการมองแลเห็น แล้วก็มีส่วนช่วยสำหรับในการเติบโตของเซลล์ด้วย แต่สิ่งจำเป็นเป็นร่างกายเราไม่สามารถที่จะสร้างวิตามินเอขึ้นมาเองได้ ก็เลยต้องได้รับวิตามินเอผ่านการรับประทานอาหารในทุกวัน
มัน มัน มีรสหวาน อร่อย และอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย อีกทั้งเส้นใย ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม วิตามินซี และแน่นอนว่าอัดแน่นไปด้วยวิตามินเอที่จำเป็นที่จะต้องต่อร่างกาย โดยมันขนาดกลางหนึ่งหัว จะให้ วิตามินเอ ต่อสภาพร่างกายสูงถึง 900 ไมโครกรัมอย่างยิ่งจริงๆ
ผักโขมลวกหรือต้ม การกินผักใบเขียว นับได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะเหตุว่าในผักนั้นเต็มไปด้วยทั้งธาตุรวมทั้งวิตามินจะต้องสำหรับร่างกาย ในผักโขมก็เหมือนกัน มีทั้งแคลเซียม แมกนีเซียม มีแคลอรี่ที่ต่ำ อุดมไปด้วยวิตามินเค และวิตามินเอ โดยการกิน ผักโขมต้มสุก ถ้วย จะได้รับปริมาณของ วิตามินเอ ราว 943 ไมโครกรัม ซึ่งเพียงพอต่อความอยากได้ตลอดวัน
ฟักทองบัตเตอร์นัท (Butternut Squash) หรือ ฟักทองน้ำเต้า ผักในเครือพี่น้อง Squash หรือผักเชื้อสาย ฟักทอง เป็นผักที่มีวิตามินเอสูง แม้กระนั้นฟักทองบัตเตอร์นัท จัดว่าเป็นพืชญาติฟักทองที่ให้วิตามินเอมากที่สุด เว้นเสียแต่วิตามินเอแล้ว ฟักทองบัตเตอร์นัท ก็ยังให้โพแทสเซียม แคลเซียม รวมถึงวิตามินซีในปริมาณสูง ที่สำคัญเป็นแคลอรี่ต่ำ ซึ่งดีสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักด้วย
แคนตาลูป ผลไม้สารพัดประโยชน์อย่างแคนตาลูป นำไปทำน้ำผลไม้ก็ได้ กินสดก็อร่อย ใส่เป็นของเคียงในของว่างก็ยิ่งดีใหญ่ กล่าวได้ว่าแคนตาลูปลูกเดียว แต่ใช้ประโยชน์ผลในด้านดีในเรื่องความอร่อยได้หลายทางจริงๆซึ่งนอกเหนือจากการที่จะอร่อยและก็กินได้หลายแบบแล้ว แคนตาลูป ก็ยังเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินเอสูงอีกด้วย โดยแคนตาลูป ถ้วย จะให้ วิตามินเอ 270 ไมโครกรัม รวมทั้งยังได้ทั้งยังโพแทสเซียม แมกนีเซียม รวมทั้งวิตามินซีอีกด้วย
พริกหยวกสีแดง พริกหยวกสีแดง เป็นผักที่ให้แคลอรี่ต่ำ พริกหยวกแดงหนึ่งลูกให้พลังงานเพียงแค่ 37 แคลอรี่เท่านั้น การกินพริกหยวกแดง ผลจะให้ วิตามินเอ อยู่ที่ 187 ไมโครกรัม
พายฟักทอง ถ้าหากว่าเป็นคนชื่นชอบของหวาน รวมทั้งอยากได้ทานอาหารหวานที่ได้ผลดีกับร่างกายล่ะก็ อย่าลืมนึกถึงพายฟักทอง เพราะในฟักทองที่เป็นวัตถุดิบของพายนั้น มีเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) สารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะสาร ลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทิน (Zeaxanthin) ที่มีส่วนช่วยสำหรับการแลเห็น แล้วก็แน่นอนว่าและวิตามินเอด้วย
หากแม้ร่างกายจะไม่สามารถสร้าง วิตามินเอ ได้เอง ถึงแม้ว่าเราสามารถเพิ่มปริมาณวิตามินเอได้ผ่านการกินของกิน หมั่นรับประทานผักและก็รับประทานผลไม้หลากสี และเนื้อสัตว์ให้ครบถ้วน เพื่อที่ร่างกายจะได้เต็มเปี่ยมไปทั้งยังพลังงานแล้วก็สารอาหาร พร้อมที่จะเติบโตและร่างกายแข็งแรงได้ในวันแล้ววันเล่า

Author: Clinton Castro